26 สิงหา พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

เด็กน้อยคนหนึ่ง กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสังวาลย์วิทย์ 1 บ้านห้วยสะอาด ตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดหนองคาย เค้าเป็นเด็กที่เรียนดีมาแต่ไหนแต่ไร ในช่วงนั้นฐานะครอบครัวไม่ดี ถึงไม่ดีมากๆ อาหารเที่ยงของเค้าคือ หมกปลาเข็งน้อย (ปลาหมอตัวน้อยๆ) กับข้าวเหนียวที่แม่ห่อให้ประจำๆ วันไหนโชคดีอาจมีปลาค่อใหญ่ (ปลาช่อนตัวโตๆ) หลงติดเบ็ดก็จะได้ห่อมาโรงเรียนแบบเท่ห์ๆ หน่อย คุณครูเคยถามเค้าว่า ” นายกินได้อย่างไร ไม่กลัวก้างติดคอหรือ? ” เค้าตอบคุณครูไปว่า ไม่กลัวหรอกครับ เพราะมันตัวเล็กแค่นี้เอง แต่ในใจคิดว่า ก้างติดคอ ดีกว่าอดตาย….ณ วันนั้นกระแสแห่งความจนก็ฟุ้งกระจายสู่ ร่องหู ผู้หลักผู้ใหญ่ในโรงเรียน เพื่อเตรียมที่จะหาทางช่วยเหลือเด็กน้อยคนนี้
ตอนนั้น รายได้ของครอบครัวเค้า คือ รายได้จากพ่อขายไอติม ที่รับมาไม้ละ 25 สตางค์ แต่นำมาขายไม้ละ 1 บาท เพื่อจนเจือค่าเล่าเรียน แต่ความโชคดีในสมัยนั้น คือ ความสมบูรณ์ของธรรมชาติ แหล่งอาหารตามวัฎจักรยังมากล้น เดินไปไหนก็มีแต่ของกิน ที่สำคัญเด็กน้อยคนนั้นเค้าเป็นนักตกปลา (ใส่เบ็ด) ขั้นเทพ หากปลาไม่เต็มข้อง (ที่ใส่ปลา) เค้าจะไม่ยอมกลับบ้าน ยิ่งวันไหนได้ตัวใหญ่ๆ จะวิ่งแจ้นมาให้แม่ของเค้าดู วันนั้นเป็นวันที่มีความสุขมากๆ
แม่ของเค้า เป็นคนที่ฉลาดในการวางแผนมาแต่ไหนแต่ไร ด้วยการปลูกต้นหมากหุ่ง (มะละกอ) ไว้กันตาย เมื่อไม่มีอาหาร ต้นมะละกอต้นสูงมากๆ แต่เค้าก็กะตืบๆ ขึ้นลงมาตำแซบๆ ได้ทุกวัน จากฝีมือการฝานมะละกอเท่านิ้งโป้ง สู่มืออาชีพในวัยยังน้อย นี่คือความสามารถของเค้า กินจนออกเหลืองแม่ต้องยอมตัดต้นมะละกอทิ้ง….
เค้ารู้ดีว่า พ่อกับแม่ลำบาก จึงตั้งใจเรียน ว่างเว้นจะเอาหนังสือใส่ถุงพาย (ถุงใส่ของ) ไปแอบซุ่มอ่านที่เถียงนาเสมอๆ เลี้ยงควายไป อ่านหนังสือไป แต่ส่วนใหญ่เค้ามักจะนอนหลับ….จนควายไปกินต้นกล้าคนอื่นเค้า…
เค้าไม่รู้จักการสอบชิงทุน หากเค้ารู้เค้าคงแสวงหาสอบแข่งขันไปแล้ว ได้แต่รอคอย….แล้ว รอคอยเล่า…ด้วยต้นทุนการศึกษาที่ต่ำมากในสมัยนั้น เพราะฉันห่อข้าวไปกินทุกวัน จึงไม่จำเป็นต้องใช้เงินสักบาท เค้าไม่เคยรู้รสชาดของขนมอร่อย ได้แต่มองปากเพื่อนๆ แล้วกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ
ชุดเก่ง ที่ใส่ไปโรงเรียน มีอยู่ ชุดเดียว ใส่กลับมาแล้วซัก หากไม่แห้งก็นำไปขาง (ผึ่งไฟ) ในตอนเช้า….บางครั้งกางเกงไหม้ไฟ เค้าก็คิดว่ามันเป็น Trends แล้ววันหนึ่ง เค้าก็สร้างความชื่นใจให้กับพ่อแม่ ด้วยการคว้าทุนการศึกษา มูลค่า 1,500 บาท มาครอง เค้าได้เกิบโบ๊ก (รองเท้าผ้าใบ) 1 คู่ (สีน้ำตาลเท่ห์เชียว) ชุดนักเรียนใหม่ 2 ชุด และหนังสืออีกหลายเล่ม…ที่เหลือก็ให้แม่ไว้ซื้อกับข้าว…เค้าจำได้ว่า ผู้มีพระคุณชื่อแว่วๆ ว่า ” พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ” เค้าไม่รู้จักหรอกตอนนั้น แต่จำติดตรึงในหัวใจ…
ผู้ที่พาเค้าไปรับทุนที่ตัวอำเภอโซ่พิสัย คือ ครูใหญ่นิยม ดงงาม ….
วันที่ 26 สิงหาคมนี้ เค้าฝากบอกว่า ” ขอให้ความสุข ความชื่นใจ ความดีใจ ความปลื้มใจ จงบังเกิดแก่ผู้ให้อนาคตของเด็กน้อยตัวเล็กๆ ”
ปล. เสียงจากเด็กน้อย 1 ใน 40,000 คนที่ได้รับทุนการศึกษา…..
ขอบคุณภาพจาก : http://guru.sanook.com/history/topic/5960


ความกตัญญู รู้คุณคนอยู่คู่กับคนไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณครับ…
@พ่อปัน ปัน
สมัยเด็กน้อยมีดีใจมากๆ ครับแต่ปัจจุบันเงิน 1500 บาทเล็กน้อยไปเสียแล้ว
อ่านานแล้วน้ำตาจะไหล ถือว่าคุณหมออนาเมาเป็นคนรักดีมากๆ เห็นว่ามีเมียแล้ว ถ้ายังไม่มีจะยกน้องชาย เฮ้ย! น้องสาวให้ ขอให้คุณหมอรักษาความดีนี้และขอให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นนะครับ…
(นี้ไม่อยากพูดการเมือ แต่เอาซักหน่อย) ผมว่าป๋า หักลบกลบหนี้แล้ว ผมว่ายังไงยังไงก็ยังดีกว่าอีกฝ่ายที่มีเรื่องกับท่านอะ
คิดถึงเสมอ
ekoy