ไอกรม/ไอ 3 เดือน (Pertussis/whooping cough)

ไอกรน เป็นโรคที่พบมากในเด็กอายุ2-6 ปี พบมากในฤดูฝน อาจพบระบาดตามหมู่บ้านหรือโรงเรียน
สาเหตุ
-เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ฮีโมฟิลุสเพอร์ทัสซิส(Hemophilus pertussis)
-เชื้อจะอยู่ในคอของคนที่เป็นโรคในระยะแรกเท่านั้น
-ติดต่อโดยการ ไอ หรือจามรดกัน
-ระยะฟักตัว 7-14 วัน
อาการ แบ่งเป็น 3 ระยะคือ
ระยะแรก มีไข้ต่ำๆ น้ำมูกไหล ไอ จาม คล้ายไข้หวัด อาการไอจะเพิ่มมากขึ้นเรือยๆ จนเข้าสู่ระยะที่สอง ระยะนี้จะนานประมาณ 7-14 วัน
ระยะที่สองระยะไอเป็นชุด มีอาการไอติดต่อกันครั้งละนานๆ จนตัวงอและหายใจแทบไม่ทัน เมื่อหยุดไอจะหายใจเข้ายาวๆ เสียงดังวู้บ(ยกเว้นทารกต่ำกว่า 6 เดือน อาจไม่มีอาการนี้) และมักจะอาเจียน มีเสมหะออกมาด้วยเสมอ
ในรายที่ไอรุนแรง หน้าจะเขียว ตาโปนแดง เส้นเลือดที่คอโป่ง บางคนไอจนเส้นเลือดฝอยที่ใต้เยื่อบุตาแตก เห็นเป็นปื้นแดงที่ตาขาว และอาจพบรอยบวมช้ำหรือห้อเลือดที่หน้าตาด้วย
ในเด็กอาจมีอาการชักเกร็ง หยุหายใจ ตัวเขียว เนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยงสมองได้ อาการไอเป็นชุดมักเป็นมากตอนกลางคืนหรือถูกอากาศเย็น ดื่มน้ำเย็นจัด ถูควันบุหรี่ หรือถูกฝุ่น
ระยะนี้จะนานประมาณ 1 เดือน แต่จะเป็นมากในช่วง 2 สัปดาห์แรก ผู้ป่วยจะมาหาในระยะนี้ด้วยอาการดังกล่าว ส่วนใหญ่จะไม่มีไข้ (ยกเว้นในรายที่มีโรคปอดอักเสบแทรก)
ระยะที่สามระยะฟื้นตัว อาการไอจะค่อยๆ ลดน้ำยลง กินข้าวได้มากขึ้น น้ำหนักขึ้นแต่ถ้ามีโรคแทรก เช่น หลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบ ก็อาจไอไปอีก 1-2 เดือน จึงเรียกว่า ไอ 3 เดือน หรือไอร้อยวัน
อาการแทรกซ้อน
-ที่สำคัญ คือ ปอดอักเสบ ซึ่งถ้าพบในทารกอ่อนๆ อาจเป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้
-อาจเกิดอาการชักเกร็งและหยุดหายใจถึงเสียชีวิตได้ เนื่องจากสมองขาดออกซิเจนระหว่างที่ไอนานๆ มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ
-หลอดลมอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ ปอดแฟบ
-ในรายที่ไอรุนแรง มักมีเลือดออกที่ใต้ตาขาว (เห็นปื้นแดง) หรือทำให้ขอบตาเขียวช้ำ บางครั้งอาจมีเลือดออกในสมองหรือในลูกตา แต่พบไม่มาก
ข้อแนะนำ
-โรคนี้ป้องกันได้ โดยการฉีดวัคซีน DTP ควรให้สุขศึกษาแก่พ่อแม่เด็กและชักจูงให้รู้จักการฉีดวัคซีนเป็นประจำ
-การปฏิบัติตัว เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับ ไข้หวัด โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกัน

คุณอาจสนใจเรื่องนี้

Comments are closed.