แค่มอง…ไม่รู้หรอกว่าเหนื่อยฉิบ…

เย็นวันนี้แสงแดดส่อง สะท้อนผิวแม่น้ำโขง ที่ขนาบข้างด้วยภูเขาฝั่ง สปป.ลาว แว่วเสียงโห่ บ้างก็นับ 1 – 10 หากคุณครูเดินผ่านไปผ่านมา คงดีใจไม่น้อยที่ลูกศิษย์สามารถนับหนึ่งถึงสิบได้ เหอะก็ว่าไป…
ฝั่งแม่น้ำโขงที่อำเภอบุ่งคล้าที่เงียบเหงา กลับมาซึ่งเสียงหยอกล้อ เล่น ตบหัว ตบหาง แ่ย่งขนมเพื่อนกินมั่ง ของเด็กๆ ผู้ปกครองก็ใช่ย่อย สายตาเหม่อมอง ลำเรือที่ที่ร้องโห่ ชวนให้หันมองยิ่งนัก จนลูกหลานเกือบตกแม่น้ำโขงก็มี รถ โต๊ะ ขายลูกชิ้นปิ้ง เรียงรายเป็นจุดๆ เพื่อบริการเด็กๆ ที่วิ่งเหนื่อย แน่นอนต้องหิว…..

ทิวโขงในวันนี้สวยงามมาก…ชวนให้เราอดใจไม่ไหว เมื่อเรือเทียบท่า โอกาสเป็นใจคนไม่เต็มเรือ ก้าวกระโดดราวเขียดตะปาดขึ้นเรืออย่างเร็วไว จนลืมไปว่าพายเรือไม่เป็น ไม่เป็นไร เค้าพาโยกก็โยก เค้าพายแบบเอาเป็นเอาตาย แต่เราก็พายไป พักไป มันฝืนไม่ไ้ด้หรอกเธอ เดี๋ยวกล้ามเนื้อที่จับแต่เข็มฉีดยา และคอม มันจะฉีกขาดเอา…..ระยะทางกว่า 1,500 เมตร ไปกลับช่างแสนยาวนาน ดีหน่อยได้มองเห็นผู้ชมริมขอบโขง ร้องโห่…เครื่องเสียงชั้นดีก็ไม่ปาน…ว่า ” คุณหมอ..พายเรือทะแม้…เพราะเรากำลังอู้อยู่”เหอะๆ
เอากล้องลงไปไม่ได้ กลัวตกน้ำ และเคืองหูเคืองตา เพื่อนร่วมทีม… ไม่งั้นได้ภาพที่สวยมากๆ ณ กลางลำแม่น้ำโขง……
อยากบอกว่า แขนหล่อย…ขาหล่อย…เหนื่อยได้ใจจริงๆ และพึ่งเข้าใจว่าที่เค้าโห่ร้อง เพื่อบรรเทาความเหนื่อยนั่นเอง………


วิวสวยปีนี้น้ำไม่เยอะใช่ไหมครับ
น้ำตอนนี้กับตอนโน้นต่างกันลิบลับ อีกหน่อยคงแห้งเหมือนเดิม
@doohub
เทียบกับปีก่อน น้ำขึ้นสูงมากครับ
@คนพอชอ
ท่วมหัวช้าง กับหัวแมวเลยละ