รองเท้ากับเด็กเลี้ยงควาย…

รองเท้ากับเด็กเลี้ยงควาย…ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน นำเรื่องสู่บริบทของการก้าวเดินไปตลอดสาย ที่เต็มไปด้วย ก้อนหิน ดิน ทราย หนามหน่อหญ้านานาพันธุ์ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วรอทิ่มแทงส้นเท้าของเด็กน้อยผู้นั้นอยู่ร่ำไป แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เกราะป้องกันที่เรียกว่า “อาการด้านของฝ่าเท้า” บริบทดังกล่าวก็ไร้ซึ่งความหมาย จำได้ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ว่าเมื่อครั้งนั้นเด็กน้อยผู้นี้ ไม่มีเงินซื้อรองเท้าหรือว่า ไม่สะดวกที่จะใส่กันแน่…
ไม่คาดคิดเลยว่ายุคสมัยเปลี่ยนจากป่าหญ้าคา เป็นตึกหรู จะไม่สามารถเดินด้วยเท้าเปล่าได้ ความเป็นผู้ดี สะอาด ป้องกันทุกอย่างที่คิดออกคือทางออกของการมีสุขภาพดีใช่หรือเปล่า หรือเป็นเพียงสิ่งสะท้อนว่ามีอันจะกินหากคุณใส่รองเท้ายี้ห้อดังๆ แพงๆ
เครื่องประดับต่างๆ ที่คอยเสริมหน้าให้ใหญ่ขึ้นคือทางออกของอารมณ์ข่มผู้ที่มีถิ่นฐานเดียวกันงั้นหรือ…ถึงแม้จะไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด มองดูแล้วอาจเป็นผลพวงจากการสร้างเกราะป้องกันหนามหน่อในเบื้องต้นนั่นแล
รองเท้าถูก กับรองเท้าที่มีระดับ สามารถกำหนดความแตกต่างคือ การกัดเท้าเวลาเดินนานๆ เป็นสิ่งที่รองเท้ามีระดับทำได้ คู่ละ 199 ก็คงจะมากด้วยเคี้ยว..คิดว่างั้น เอาเป็นว่าไม่ว่าจะเป็นเท้าเปล่า รองเท้าห่อหุ้มดีสักปานใด หากเท้าไม่สัมพันธ์ระหว่างรองเท้าก็อาจจะเดินชนได้ง่าย
ไม่บ่อยนัก…กับการซื้อรองเท้าสักคู่ พอๆ กับไม่เดินเท้าเปล่านั่นละ (ขอบคุณหลายๆ เ้ด้อสำหรับของขวัญปีใหม่ปีนี้…)
ปล. ขอเลนส์กล้อง F2.8 แต่ได้รองเท้านี้ปลอบใจไปก่อน….รอนิดๆ เดี๋ยวได้ว่างั้น…


นึกถึงตอนเป็นเด็ก…ที่พี่พาไปนั่งควาย แถวท้ายด้วยให้ควายวิ่งแข่งกันอีกตั้งหลากครับ
@พ่อปัน ปัน
เก่งครับทำให้ควายวิ่งแข่งกันได้ เหอะๆ เป็นตาม่วนคั๊กๆๆๆ