เขาฟังเพลงประเภทนี้ตั้งแต่เด็ก….
การดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งเสียงเพลงเมื่อ 20 ปีก่อน เป็นเรื่องที่ยากแสนสำหรับเด็กน้อยคนหนึ่งที่โหยหาเสียงเเพลง เขาไม่รู้หรอกว่าเพลงแนวไหนที่เ็ด็กนักเรียน ม.ต้นเขาฟังกัน แต่เขามีเครื่องเสียงคู่ใจเป็นเครื่องเล่นเทปเก่าๆ ที่ประกอบด้วยลำโพง 2 ข้าง (สามารถแยกออกจากกันได้) เมื่อมีเครื่องเล่นแล้ว ต้องหาตลับเทปเพื่อมายัดใส่แล้ว กด Play เน้นๆ แน่นอนเสียงตึงหย่อนตามระยะเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถกลบเกลื่อนได้เป็นอย่างดีคือเพลงแนวนี้…เวลาเปิดเครื่องเล่นนานเสียงไม่ค่อยเพี้ยนมากนัก (เกี่ยวไหม)
ต้องรอโอกาสเหมาะๆจึงจะมีโอกาสได้ซื้อเทปสักตลับ…นั่นหมายความว่า เราต้องเลือกเพลงที่เราชอบเป็นชีวิตจิตใจ
ยังคงจำได้ดีว่า เพลงแรกที่พอแง้มปากร้องได้ คือ เพลงของคุณเท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์ ในเบื้องลึกมีความศรัทธาในความฝัน ความสามารถเฉพาะตัว และความอดทนฟันฝ่าอุปสรรคนานับประการของตัวน้กร้อง…กว่าจะเดินมาถึงจุดนี้
เวลาจะซื้อเทปเพลง….ก็บอกแม่สั้นๆ ว่า “แม่…ซื้อเพลงอะไรก็ได้ขอให้เป็นเท่ห์ร้อง”
ไม่ได้ตั้งใจจะฟังเพลงกล่อมกรุงหรอกช่วงแรก….แต่พอๆ ฟังไป เด็กน้อยคนหนึ่งเริ่มเกิดจินตนาการ สมองเปิดกว้าง เหมือนได้เรียนรู้อะไรบางอย่างของผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องราวแห่งอนาคต ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ความเจ็บปวด ความรัก มันเป็นเฉกใด
ณ ปัจจุบัน เพลงเหล่านี้ยังคงเปิดแว่ว….พร่ำสุนทรียแห่งสำเนียงระหว่างที่ทำงานเสมอๆ ในส่วนตัวแล้วบทเพลงเหล่านี้หากวัยรุ่่นเหหันผ่านหูบ้าง น่าจะช่วยให้สังคมมีคนที่สุขุมมากขึ้น กลุ่มคนที่คิดจะเอาแต่คนอื่นลงหลุมจะได้ลดน้อยลง….
ที่สำคัญผมคิดว่า เพลงกล่อมกรุง น่าจะแทนเพลงฝรั่งที่ช่วยเสริมสร้างสติปัญญาได้ไม่แพ้กัน….

