สสจ.หนองคายเตือนเห็ดที่ไม่รู้จัก แพทย์สสจ.หนองคายนายอิทธิพล สูงแข็ง ห่วงใยชาวบ้าน
บางครั้งวิถีชีวิตของคนเรา..ก็อาจจะเอื้อให้เกิดอันตรายโดยที่เราไม่คาดคิด เพราะว่าผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในวิถีชีวิตของเด็กชาวบ้าน (หรือบ้านนอกคนหนึ่ง) วิถีหนึ่งก็คือการที่ชาวบ้าน แสวงหาอาหารเพื่อค้ำจุนชีวิตนั่นเอง หนึ่งในอาหารนั้นก็คือ เห็ด …ซึ่งข่าวที่ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย ได้ประกาศด้วยความเป็นห่วงประชาชนชาวอีสาน….คงมีประโยชน์ในการเฝ้าระวังผลกระทบดังกล่าวมากพอสมควร…..
สสจ. หนองคายเตือน รับประทานเห็ดที่ไม่รู้จัก มีโอกาสเป็นพิษได้
สาธารณสุขหนองคายเตือน..รับประทานเห็ดที่ไม่รู้จัก มีโอกาสเป็นพิษได้ ไม่แน่ใจห้ามรับประทานเด็ดขาด
นายแพทย์อิทธิพล สูงแข็ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ในฤดูฝนเป็นช่วงที่เห็ดสามารถเจริญเติบโตได้ดี ชาวบ้านจึงเข้าป่าเพื่อเก็บเห็ดมาขาย หรือนำไปบริโภคเอง แต่เห็ดนั้นมีมากมายหลายชนิด ทั้งที่เป็นพิษ และไม่เป็นพิษ หรือเป็นพิษ เพราะสภาพแวดล้อม ปะปนอยู่ในท้องตลาด หากผู้บริโภคไม่มีความเข้าใจในการบริโภคเห็ดดีพอ ก็อาจได้รับอันตรายจากการบริโภคเห็ดพิษจนถึงแก่ชีวิตได้
นายแพทย์อิทธิพล สูงแข็ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย กล่าวต่อไปอีกว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย จึงขอแนะนำ การสังเกตลักษณะของเห็ดพิษ หรือโดยเฉพาะเห็ดที่เก็บมาจากป่า สามารถสังเกตลักษณะภายนอกของเห็ดคือ เห็นจะมีสีส้มหรือแดงเข้ม ตั้งแต่หมวกเห็ดจนถึงครีบดอกและก้านดอก หมวกของเห็ดมีแผ่นหรือเกล็ดขรุขระ มีขนาด 3-5 นิ้ว ลักษณะจุดยอดเรียบและมีศูนย์กลางอยู่ตรงกับต้น ถ้าหักดูจะมียางสีขาวเหนียวๆ เมื่อนำเห็ดนั้นมาวางในห้องมืดเป็นเวลาหลายนาที เห็ดจะเรืองแสง เห็ดที่มักเป็นพิษ ได้แก่ เห็ดโคน เห็ดโม่งโก้งขาว เห็ดไข่ห่าน เห็ดนกยูง และเห็ดหาว ผู้ที่กินเห็ดพิษจะมีอาหารหลังกินเข้าไปประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง จะมีอาการ เช่น ปวดท้อง ท้องเดิน คลื่นไส้ อาเจียน เป็นตะคริว กระหายน้ำ บางรายเป็นรุนแรง ทำให้ระบบหมุนเวียนของเลือดล้มเหลว และถึงแก่ชีวิตได้
อย่างไรก็ตาม ขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการนำเห็ดมาประกอบอาหาร หากไม่แน่ใจ ไม่ทราบชนิด แหล่งที่มาอย่างชัดเจน ไม่ควรนำเห็ดนั้นมาประกอบอาหาร โดยเฉพาะเห็ดป่า หรือ เห็ดที่เราไม่คุ้นเคย เพราะถ้าเป็นเห็ดพิษจะทำให้เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ นอกจากนี้ ไม่ควรดื่มสุราร่วมกับการกินเห็ด เพราะจะเป็นการเสริมพิษให้รุนแรงยิ่งขึ้น
แหล่งที่มา : สสจ.หนองคาย

