รอยกราบ…ของพ่อกับแม่ ที่ไร้ค่า….

ปีใหม่ไทยปีนี้…ครอบครัวมะลิต้น ไม่ได้ชื่นมื่นเหมือนหลายๆ ท่าน แต่กลับเจอพายุโหมกระหน่ำ ด้วยขอพิพากษ์ระหว่างผู้ทรงความรู้ กับ ชาวบ้านสามัญชน….
ถึงแม้ว่าเหตุครอบครัวเราจะเป็นฝ่ายผิด แต่การประนีประนอมที่เราอยากให้เกิดกลับไ่ม่เห็นผล เวลาค่อนวัน ที่พ่อ แม่ ป้า และปู่ ที่กราบขอขมา…กับอีกฝ่าย เพื่อจบ ณ ที่นี้…
เจ้าตัวที่เจ็บ เรียกได้ว่าเป็น ย่า ห่างๆ ของครอบครัวเรา….แต่ไหนเลย…ถึงไม่เห็นค่าของ มือสองมือ ที่พ่อ กับ แม่บรรจง …..
เหตุด้วยอีกฝ่าย ลูกชายเป็นทนายใหญ่….เรายื่นข้อเสนอ 15,000 เพื่อเป็นค่าทำขวัญ ไม่ใช่ว่าเราร่ำรวยอะไร ได้กล่าวอ้างว่า ” ตนเป็นลูกชายเรียนจบสูง…หากคุ้มครองแม่ของตนไม่ได้ จะเรียนมาทำไม” หากเอาใจเขาใส่ใจเรา…ผมก็เข้าใจว่าเป็นใครๆ ก็โกรธ หากมีใครมาทำแม่ของตน….เค้าเมินหน้าหนี สองมือของพ่อกับแม่…อย่างไม่ยอมมองหน้าแม้แต่น้อย…แววตาของทนายใหญ่ ล้วนแล้วเต็มไปด้วยความโกรธ…ฝ่ายผู้เจ็บดูท่าจะยอมความ แต่ทนายใหญ่ ยังเมิน….บอกด้วยวาจาแข็งกราวว่า ยืนยันจะแจ้งจับดำเนินคดีอย่างเดียว….
ผมเป็นประชาชนคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มีความรู้เท่าคุณหรอกครับ แต่ผมรู้ในหลักการ เลยแอบคิดในใจว่า ท่านเรียนจบสูง จนได้เป็นถึงทนายความ เรื่องแค่นี้อย่าให้ผมสอนเลย…หัวใจของการเป็นทนายคือ การไกล่เกลี่ยให้เรื่องจบลงอย่างนิ่มนวลที่สุด และแต่ละฝ่ายสูญเสียน้อยที่สุดไม่ใช่หรือ หรือปัจจุบันความแปรผันแห่งเงินมันบังตา จนมองไม่เห็นหัวใจที่ประชาชนสะท้อน…
การมีความรู้แล้วเอาเปรียบ..ชาวบ้านที่ไม่รู้อะไร แต่คุณไม่รู้หรอกว่า การอยู่ในสังคมชาวบ้าน ไม่ได้อาศัยอำนาจ ของผู้ทรงความรู้ แต่อยู่ด้วยความเอื้ออาทร ที่เราให้มีมาแต่ก่อนแต่ไร สายสัมพันธ์แห่งญาติ…ถึงแม้จะห่างไกล อย่างน้อยก็น้ำใจของเพื่อนมนุษย์ ครอบครัวเราไม่เคยเถียงสัก เพราะเรารู้ว่าฝ่ายเราผิดเต็มๆ แล้วจะขึ้นแจ้งจับขึ้นศาล ทำแมวอะไร… ไม่มีเวลาเล่นสนุก กับ ทนายใหญ่หรอกนะครับ มีเรื่องอื่นที่ต้องทำอีกเยอะ…เพื่อประชา
หากท่านจะแสดงศักยภาพ ควรโชว์ว่า ทำไงเรื่องจะจบโดยไม่ขึ้นศาลต่างหาก…..แค่กรณีเล็กๆ แค่นี้ยังจบไม่ได้ ลาออกจากการเป็นทนายซะ ผมเป็นคนหนึ่งละที่จะไม่จ้างทนายที่ไม่มีมนุษยธรรม และหัวใจแห่งการประนีประนอม…ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนก็ตาม….
เงินที่ทางเรายื่น อาจเป็นการดูถูก มันจะดีมากหากแสดงสปิริตว่า ฉันไม่เอาเงินแค่นี้…..ทั้งๆ ที่เรื่องสามารถจบด้วยน้ำใจ…..
คุณย้ำเสมอว่า…ลองคิดเอาใจเค้าใส่ใจเราสิ แล้วเคยคิดไหมว่า การที่พ่อกับแม่ผมไปกราบอ้อนวอนแล้ว คุณหันหลังใส่…ลองคิดภาพว่าภาพนั้นเป็นพ่อกับแม่คุณบ้างสิ…ความเจ็บปวดมันสุดจะบรรยายแค่ไหน….
ณ วันนี้เรื่องความยังไม่จบ …..และไม่รู้จะจบยังไง….ได้แต่ภาวนาครับว่า ให้จบลงอย่างประนีประนอม….
ขออภัยเพื่อนๆ ….ไม่มีที่ระบาย……


ทุกอาชีพถ้ามีจรรยาบรรณกันทุกคน…สังคมไทยอยู่ได้ครับ ในสังคมตอนนี้มีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกัน…บางครั้งคนที่เรียนจบสูงๆมาแต่ถูกกิเลส หรือความโกรธ เข้าครอบง้ำเมื่อไร…ยังสู้ชาวนาตาดำๆ ที่ไม่ได้ร่ำเรียนสูงๆมาเลยครับ
@พ่อปัน ปัน
หลังชนฝา..จริงๆครับคุณลุง คงต้องเดินไปตามขอบผนังแล้วละ
เป็นกำลังใจให้ครับ
เข้าใจอย่างสุดซึ้งเลยกับคำที่คุณหมอบอกว่า “การมีความรู้แล้วเอาเปรียบ..ชาวบ้านที่ไม่รู้อะไร แต่คุณไม่รู้หรอกว่า การอยู่ในสังคมชาวบ้าน ไม่ได้อาศัยอำนาจ ของผู้ทรงความรู้ แต่อยู่ด้วยความเอื้ออาทร ที่เราให้มีมาแต่ก่อนแต่ไร” ชอบมากเลยครับ
แฟนผมก็เป็นทนายเช่นกันและก็เชื่อว่าถึงแม้เค้าจะเป็นทนายคนนั้นเค้าก็คงไม่สามารถที่จะรับไหว้คนเฒ่าคนแก่ที่ก้มลงประณตน้อมกราบไหว้ได้แน่นอนครับ
ช่างปราศจากน้ำใจไมตรีเสียจริง คุณหมอสู้ต่อไปนะครับ ผมเอาใจช่วยครับ คนแบบนี้ปล่อยไปเถอะครับ ทุกสิ่งทุกอย่างในการกระทำของคนจะส่งผลต่อไปในวันข้างหน้าให้เค้าเองครับ….
@คนพอชอ
ขอบพระคุณครับพี่เหน่ง
@athurlouise
ผมก็เชื่ออย่างนั้นครับ ขอบคุณครับผม
ผมเองเคยเจอกรณีแบบนี้เหมือนกัน สมัยเด็กพ่อแม่ผมยังจนๆ อยู่เลย เรียกได้ว่าไม่มีญาติๆ คนไหนให้เกียรติพ่อแม่ผมเลย โดนคนที่ให้ชื่อว่าเป็นพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน เอาเปรียบต่างๆ นาๆ จนทุกวันนี้กลับกัน เหมือนพ่อแม่ผมมีหน้ามีตา ญาติก็ทำมาเป็นใยดี ยามเดือดร้อนก็วิ่งมาหา ไม่เคยนึกถึงเวลาพ่อแม่ผมเดือดร้อนสมัยอดีตเลย
สังคมสมัยนี้มีแต่คนเก่งแต่ไม่ค่อยมีคนดีหรอกท่าน..โลกมันเปลี่ยนไป คนเรายืดติดที่วัตถุมากเกินไปแล้วแหละ..เราเป็นกำลังใจให้น่ะเพื่อน
@krapalm
เบื้องหลังคล้ายๆ กันนะเรา น่าจะเป็นเสี่ยวกันได้ เหอะๆ
@เพื่อนหมออนาเมา
อ้าว…มากะเค้าด้วย thank you ไอ้หมอ
@UnityNature
ฮาๆๆ เป็นอดีตที่ผมไม่มีทางลืม เพราะมันเป็นบทเรียนอย่างดี
ต่างกันต่างต้องการเอาตัวรอด จนลืมคุณงามความดีไป
บ่งบอกถึงสังคมคนมันเริ่มแย่เอามากๆเลยครับ เรื่องง่ายพอประนีประนอม กลับทำให้ยาก
ยังงัยก็สู้ๆครับ