ชีวิตที่ไร้แรงโน้มถ่วง…..

พึ่งกลับจากไปดำนา…ช่วยพ่อตา กับแม่ยาย หยาดเหงื่อที่เสียไป ช่วยตอกย้ำคุณค่าแห่งข้าวแต่ละเม็ดได้เป็นอย่างดี ขณะนี้ก็เป็นช่วงกำลังลอกคาบ…เพราะร่างกายได้รับการฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลส อีกประมาณ 2 วันเชื่อว่าจะขาวเป็นขุ๋ยๆ เหอะ
ตัดบทมาที่ประเด็น ชีวิตที่ไร้แรงโน้มถ่วง….เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่เป็นเรื่องของคนอื่น ที่เรา คุณ ท่าน ชอบเป็นชีวิตจิตใจ ด้วยแก่นของการสอดรู้สอดเห็น ที่มีมาแต่กำเนิด ทำให้ทุกท่านชอบอ่านบล็อกแห่งนี้ไงละ รึอ่านไป อ่านมาทำให้เพี้ยน ก็ถือว่าผมประสบความสำเร็จในการเขียนก็ว่ากันไป
ช่วงสัปดาห์ก่อน ได้ออกไปเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน ซึ่งบ้านผู้ป่วยไม่ได้เหมือนวงเวียนชีวิต หรือ เรื่องชักชวนให้บริจาคขอความช่วยเหลือแต่อย่างใด บ้้านของเค้าเป็นบ้าน 2 ชั้นใหญ่โตมาก ด้วยทรัพย์สมบัติที่มีมากมาย ขาดเพียงร่างกายที่บึกบึน และ น้ำใจที่จุนเจือ
มาดูรูปหน่อย…เผื่อคิดอะไรออก

ฉันไม่เห็นแววตา ว่านองด้วยน้ำใสๆ หรือไม่ แ่ต่สัมผัสได้ว่า หัวใจร่ำร้อง เรียกหาความห่วงใย บ้านหลังใหญ่แต่ต้องเยียดกายอยู่ระเบียบบ้าน ที่นอน หมอน มุ้ง ตามยถา ทั้งหมดถือส่งมอบด้วยคำว่า อดีตสามี หรือ พ่อของลูก ณ ปัจจุบัน หัวใจที่แกร่งด้วยความเคืองโกรธ ทำให้ปิดบังหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์หรือไร ฉากหน้าหวานฉ่ำ แต่ภายในอำมหิต
สภาพร่างกาย ทรุดหนัก ไร้ซึ่งสายตา แถมไร้ซึ่งคนห่วงหา ทั้งๆ ที่ตนมีทรัพย์สิน ที่ดิน ไร่ นา ฉันมอบให้เธอ แต่กลับฝังความรู้สึกดีๆ ไปจนหมดสิ้น คงเหลือเพียงชีวิตบั้นปลายที่รอวัน ลอยตัวสู่ที่สูงในสภาพไร้น้ำหนัก
ความแค้น อคติ ไม่ได้มีเพียงในละครหลังข่าว แต่ชีวิตจริง….มันบีบหัวใจของหมออนามัยน้อยจี๊ดๆ……แถมกลับมาคิดอีกว่าเค้าทำได้อย่างไร
น่าแปลกที่ คนต้องการที่นาใหญ่โต กว้างขวาง โดยที่ไม่คิดว่าจะเป็นภาระในการทำนา แต่สำหรับเพื่อนมนุษย์ตัวเล็กๆ ซึ่งเป็นเจ้าของที่นา กลับมองว่าเป็นภาระ….ปล่อยให้หากินตามมีตามเกิด….
ปล. หนังสือนายแพทย์สุรเกียรติ อาชานุภาพ …..(แค่หยิบมาอ่าน…เพราะนักวิชาการเค้าให้รักษาพยาบาลด้วยไงละ)


น่าจะไปเขียนวงเวียนชีวิต นะเนี้ย ไปได้แนอะ จบแบบน้ำขุ่นๆๆ แบบนี้ก็มีด้วยแฮะ คิคิ
@Pixie_ice
มาอีกแย้ว….