เส้นทางแห่งเบียร์…..
ผมขึ้นต้นเรื่องวันนี้ซะหลายๆ ท่านน้ำลายไหลฟูมปาก..เฮ้ยไม่ใช่…น้ำลายไหลเฉยๆ ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบดื่มเบียร์ เมื่อก่อนก็ไม่ค่อยสนใจ เรื่องเหล้าๆ เบียร์ๆ อะไรทำนองนี้ แต่ก็มีบางครั้งที่สังสรรกับเพื่อน สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัย จุดเริ่มต้นของการดื่มแอลกอฮอล์ คงเป็นตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 2 วันนั้นเป็นวันเกิดเพื่อนรัก หักเหลี่ยมดั้ง…คนหนึ่ง บอกว่าหากไม่ดื่ม ไม่ต้องมาเรียกว่าเพื่อน โอ้อย่างนี้ก็มี…นี่เป็นสาเหตุที่คนส่วนน้อย…ที่ไม่เคยดื่ม ทำให้คนส่วนนี้ดื่ม แต่ก็ไม่ได้เหลวไหลอะไร…ครั้งนั้นครั้งเดียวแล้วก็ทิ้งยาวเลย..
จนกระทั่งฝึกงานช่วงปี 4 เทอมแรก….หัวใจมันพองโต แล้วแฟ๊บไปในบัดดล จำใจต้องทำเป็นจิตใจอ่อนแอ นอนกอดขวดเหล้า เหมือนยาจกวิดิโอ ….แบบนั้นๆ ละ
ก็เป็นจุดที่ได้ อ๊วกแตก อ๊วกแตน อ๊วกต่อ กันอีกครั้ง….
ตัดบทเมื่อครั้งออกมาทำงาน ถึงแม้ว่า สายงานแห่งคำว่า หมออนามัย จะสามารถหลีกเลี่ยง ปฏิเสธว่า ไม่ ผมไม่กิน ไม่ดื่ม …ได้ค่อนข้างง่าย แต่ด้วยพื้นฐานที่บางครั้งก็มองเป็นข้ออ้าง ว่าเราจำเป็นต้องอยู่ในชุมชน ด้วยความที่เราเป็นคนที่คิดถึงใจคนอื่นมาก ไม่อยากให้มองว่าเราแตกต่างมาก…จึงต้องกินเพื่อสังคม และมิตรภาพเท่านั้น….
ล่าสุดเธอบอกว่า อยากอ้วน แต่ ฉันนั้นอยากผอม จะทำงัยดี เล่นมานั่งจิบเบียร์ต่อหน้า ต่อตา น้ำลายมันก็ไหลริน เหมือนข้างต้น…..หากเธออ้วน ฉัน คงกลิ้งได้ดีทีเดียว….
ปล. การดื่มแอลกอฮอล์ควรอยู่ในความพอดี และอย่ากินอ้าง….คนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก…..















